Back Links คือ การเชื่อมโยงลิงค์ (Links) เข้ามายังเว็บไซต์ของเรา บางครั้งเรียกว่า Incoming Links หรือ Link Popularity ยิ่งเรามีลิงค์ (Links) เชื่อมโยงเข้ามายังเว็บไซต์ของเรามากเท่าไหร่ยิ่งดี

วิธีการสร้าง Back Links อย่างมีคุณภาพ

1. โปรโมทเว็บไซต์ ลงประกาศ โฆษณาฟรี ตามเว็บไซต์ต่างๆ ที่ให้บริการลงประกาศฟรี วิธีการก็ง่ายนิดเดียว เพียงแค่ใช้ Search Google หรือ Search Engine อื่นๆ แล้วค้นหาด้วยคำว่า ลงประกาศฟรี, โปรโมทเว็บไซต์ฟรี, โฆษณาฟรี จะเห็นว่ามีรายชื่อเว็บไซต์ที่ให้บริการปรากฏขึ้นมามากมาย ก็ให้เราไล่ลงประกาศตามเว็บต่างๆ ได้เลย

2. Link Exchange คือ วิธีการแลกลิงค์ (Links) หรือ แบนเนอร์ (Banner) กับเว็บไซต์ต่างๆ

3. Link Wheel คือ การหาเปิดเว็บฟรี เว็บบล็อก เช่น hi5, Facebook, twitter, blogger, ฯลฯ เป็นต้น เขียนเนื้อหาและส่งลิงค์กลับมายังเว็บหลักของเรา

คำแนะนำ : อย่าใช้ทางลัดโดยการซื้อ Back Links เป็นดีที่สุด ค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป เพราะ Search Engine ต่างๆ ไม่ปลื้มแน่นอน ถ้าถูกจับได้โดนลบออกจากฐานข้อมูล Search Engine ต่างๆ แน่นอน ได้ไม่คุ้มเสีย…

วันนี้ผมจะมาแนะนำการทำ SEO ขั้นเบื้องต้น ซึ่งเป็นวิธีการที่ทุกคนสามารถทำได้ ไม่ยุ่งยาก ถ้ายังไม่รู้ว่า SEOคืออะไร? 

 

1. การตั้งชื่อเว็บไซต์ ควรมีคำคีย์เวิร์ด (Keyword) ผสมอยู่ในชื่อเว็บไซต์ของเราด้วย ตัวอย่างเช่น : คุณจะทำเว็บไซต์ขายแผ่นเกมส์ ชื่อเว็บไซต์ หรือโดเมน ก็ควรมีความเกี่ยวข้องกับเกมส์ ตัวอย่างเช่น :gameonline.com, gamepc.com, gameplay.tht.in เป็นต้น ทั้งนี้…ก็ขึ้นอยู่กับความชอบของเราเอง ไม่จำเป็นต้องมีคำ Keyword ผสมในชื่อเว็บไซต์ก็ได้ แต่ควรเป็นชื่อเว็บไซต์ที่สั้น ง่ายต่อการจำ

2. ปรับแต่งเว็บไซต์ ลงข้อมูล เนื้อหาต่างๆ และตั้งค่าต่างๆ ของเว็บไซต์ให้ครบถ้วน เว็บไซต์ไม่ควรมีระบบการใช้งานที่สลับซับซ้อนจนเกินไป ควรใช้หลักการง่ายๆ โดยเฉพาะในหน้าแรกของเว็บไซต์ ไม่ควรใช้รูปภาพ หรือไฟล์เฟลชมากจนเกินไป ควรให้มีเนื้อหาเป็นตัวหนังสือจะดีกว่า และเว็บไซต์ที่ดีควรดีการอัพเดทเนื้อหาในเว็บไซต์เรื่อยๆ จะเป็นบทความอะไรก็ได้ที่เกี่ยวกับเว็บไซต์ของเรา และถ้าเว็บไซต์ของเรามีเนื้อหาที่เยอะ หลายหน้าเว็บ น่าสนใจ ก็ยิ่งส่งผลดียิ่งขึ้น

3. เมื่อเราปรับแต่ง สร้างเว็บไซต์ เป็นที่พอใจแล้ว ก็ให้นำเว็บไซต์ของเราเข้าฐานข้อมูล Google 

4. ให้สร้าง Site maps ให้กับเว็บไซต์เรา 

5. ขั้นตอนนี้ต้องอาศัยเวลา ความขยัน นั่นคือ…การโปรโมทเว็บไซต์ ลงประกาศ ตามเว็บไซต์ที่ให้บริการต่างๆ มากมาย และให้บริการฟรี! ก็ค่อยๆ ทยอยลงประกาศไปเรื่อยๆ ไม่ต้องรีบร้อนครับ อย่าลืมว่าการทำ SEO ต้องใช้เวลาครับ โดยปกติการทำ SEO จะเห็นผลในช่วงประมาณ 6 เดือน แต่ก็ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบด้าน SEO หลายประการ ต้องใจเย็นๆ นะครับ ไม่มีหลักสูตรเร่งรัดเหมือนการเป็นดารานะครับ แต่ถ้าเมื่อไหร่เว็บไซต์คุณอยู่ในอันดับที่ดี เป็นที่นิยมแล้ว รับรองว่าไม่ดับง่ายเหมือนการเป็นดาราแน่นอน ในวงการคนสร้างเว็บ…คนมาก่อนมีประสบการณ์มากกว่าอยู่แล้ว ส่วนคนมาทีหลังต้องใช้เวลาสะสม…

6. แต่ใช่ว่า…ทางรัดจะไม่มีเสียเลย ปัจจุบันเทคโนโลยีพัฒนาแบบฉุดไม่อยู่ หากอยากให้เว็บไซต์เป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว ก็ต้องลงเงินก้อนครับ ถ้าคุณมีทุนมากพอก็ลุยได้เลย โดยการลงโฆษณาตามเว็บไซต์ชื่อดังต่าง ที่มีจำนวนคนเข้ามากๆ หรือจะลงโฆษณากับ Google Adwords ก็ได้ครับ ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมากในปัจจุบัน เห็นผลเร็วภายในไม่กี่นาที โดยที่โฆษณาของคุณสามารถกระจายไปได้ทั่วโลกอินเตอร์เน็ตเลยทีเดียว 

และนี่ก็เป็นขั้นตอนง่ายๆ ในการทำ SEO ซึ่งสามารถทำได้ด้วยตนเอง อย่าลืมว่าการทำ SEO ควรทำอย่างระมัดระวังนะครับ อย่าเผลอไปสร้างความเดือดร้อน หรือเป็นการทำซ้ำซากโดยใช่เรื่อง เพราะมันอาจจะเป็นการทำ SEO ครั้งสุดท้ายของเว็บไซต์คุณก็ได้…

ในการจดโดเมนเนมนั้น ความจริงผู้ให้บริการรับจดโดเมนเนมในประเทศไทย เป็นเพียงตัวแทนผู้จดทะเบียนเท่านั้น ซึ่งผู้มีสิทธิ์หรือผู้ที่กระทำการจดที่แท้จริงเราเรียกว่า Registar และส่วนใหญ่จะอยู่ในต่างประเทศ เช่น USA

ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเราได้ให้ตัวแทนในประเทศไทย ทำการจดโดเมนเนมในวันนี้ จริงๆ แล้วตัวแทนก็จะทำการแจ้งเรื่องไปยัง registar ในทันที และ registar ก็จะทำการบันทึกชื่อโดเมนใหม่ในทันที

แต่สาเหตุที่เรายังไม่สามารถเรียกดูเว็บไซต์ได้เลยนั้น เนื่องจากในทางเทคนิค เมื่อผู้เล่นอินเตอร์เน็ตเรียกดูเว็บไซท์ใดๆ จะต้องผ่าน isp ซึ่งก็คือผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตนั่นเอง และทุกครั้งที่เราเรียกดูเว็บ นั่นหมายถึง isp จะต้องเชื่อมต่อไปยัง registar เพื่อถามว่าโดเมนที่เราต้องการจะเรียกดูนั้นอยู่ที่เครื่อง server หมายเลข ip address ใด หลังจากที่ได้รับคำตอบแล้วก็จะเชื่อมต่อเข้าไปยัง server ที่เก็บข้อมูลเว็บไซท์ดังกล่าว

ลองนึกดูว่า หากมีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตประเทศไทย เรียกดูเว็บไซต์ yahoo.com พร้อมๆ กัน เครื่อง server ของทาง isp จะต้องเชื่อมต่อไปยัง registar วันละกี่แสนครั้ง ขั้นตอนเหล่านี้เป็นขั้นตอนที่ isp เกือบทุกรายใช้กัน

แต่ในทางปฏิบัตินั้น ด้วยการเรียกดูเว็บไซท์ที่มีปริมาณมากขึ้น isp จึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนเทคนิคเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว จึงทำให้ในปัจจุบัน เมื่อมีการเรียกดูเว็บไซต์ใดๆ ในครั้งแรก isp จะทำการบันทึกหมายเลข ip address ของเว็บไซต์นั้นเก็บไว้ในเครื่อง server ของ isp เลย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า isp จะทำการบันทึกข้อมูลทุกครั้งไป ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้ว isp จะทำการบันทึกข้อมูล ip address วันละ 1 ครั้ง หรือไม่ก็ 2 วันครั้ง ด้วยวิธีนี้จึงทำให้การเรียกดูเว็บไซต์มีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม ด้วยการแก้ปัญหาดังกล่าวของ isp ก็จะสรุปได้ว่า ทำไมเมื่อเราทำการจดโดเมนเนมในวันนี้ แต่ไม่สามารถเรียกดูเว็บไซต์ได้ทันที และจะต้องรอเวลาอย่างน้อย 2 วัน

เพิ่มเติม isp แต่ละรายมีช่วงเวลาในการ update หมายเลข ip address แตกต่างกันออกไป จึงไม่น่าแปลกใจว่าบางครั้งเราใช้อินเตอร์เน็ตของบริษัทหนึ่ง สามารถเรียกดูเว็บไซต์ได้ตามปกติ แต่หากใช้บริการของอีกบริษัท กลับไม่สามารถเรียกดูได้เลย

ฉะนั้น ท่านลูกค้าที่เปิดเว็บไซต์ใหม่ ไม่ต้องกังวล หรือตกใจ ว่าทำไมเข้าเว็บไซต์ไม่ได้ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ server ของเราครับ แต่ขึ้นอยู่กับอินเตอร์เน็ตที่คุณใช้บริการด้วย เมื่อผ่านพ้นเวลาประมาณ 24 – 48 ชั่วโมง เว็บไซต์ก็จะเปิดได้ปกติ

ISP คือ บริษัทที่ให้บริการอินเทอร์เน็ต (บางครั้งเรียก ISPs) ย่อมาจากคำว่า Internet Service Provide เป็นหน่วยงานที่บริการให้เชื่อมต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล หรือเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของบริษัท เข้ากับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทั่วโลก ในปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตอยู่ด้วยกัน 2 ประเภท คือ หน่วยงานราชการหรือสถาบันการศึกษา กับ บริษัทผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตเชิงพาณิชย์ทั่วไป ประเภทหลังนี้จะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม

การเลือกชื่อเว็บไซต์ หรือโดเมนเนม (Domain Name) ถือเป็นหัวใจสำคัญในการทำเว็บไซต์เลยทีเดียว เพราะการที่เราเลือกชื่อโดเมนเนมที่ดี ก็ถือว่ากำชัยชนะเหนือคู่แข่งไปหลายขุมแล้ว

วิธีตั้งชื่อโดเมนเนมที่ดี

  1. ควรเลือกชื่อโดเมนเนมด้วยอักษร a-z ผสมกับตัวเลข 0-9 ได้ (ตัวอักษรภาษาอังกฤษสามารถใช้ตัวเล็กหรือตัวใหญ่ก็ได้ แต่สุดท้ายแล้ว…ถึงเราจะตั้งชื่อโดเมนเนมด้วยตัวอักษรภาษาอังกฤษตัวใหญ่ เมื่อใช้งานจริง ตัวใหญ่ก็มีค่าเท่ากับตัวเล็ก)
  2. ความยาวชื่อโดเมนเนม ไม่ควรมีความยาวเกิน 3-10 ตัวอักษร
  3. การออกเสียงชื่อโดเมนเนม ไม่ควรเกิน 2-5 พยางค์
  4. ต้องไม่มีสัญลักษณ์พิเศษต่างๆ เช่น ! @ # $ % ^ & ฿ * ( ) + | / < > , ‘ ? ” [ ] { } _
  5. สามารถใส่สัญลักษณ์ – (Hyphen) ได้ แต่ไม่ควรใส่ลักษณะนี้ -faodoo.com หรือแบบนี้ faodoo-.com ให้ใส่ได้แต่แบบนี้ fao-doo.com (ถ้าหลีกเลี่ยงได้ก็ดีนะครับ เพราะโดยส่วนตัวแล้วไม่แนะนำครับ.)
  6. ชื่อโดเมนเนมไม่สามารถมีช่องว่าง เว้นวรรค ในตำแหน่งใดๆ ได้
  7. ชื่อโดเมนเนมควรมีความเกี่ยวข้องกับเนื้อหาในเว็บไซต์ของเรา เช่น จะทำเว็บไซต์เกี่ยวกับเกมส์ ก็ควรตั้งชื่อโดเมนเนมให้มีคำว่าเกมส์อยู่ในชื่อโดเมนเนมด้วยก็ดี ตัวอย่างเช่น : biggame.com เป็นต้น
  8. ในบางครั้งเราก็ไม่จำเป็นต้องยึดติดกับการตั้งชื่อโดเมนเนมให้มีคำที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาในเว็บไซต์มากเกินไปก็ได้ เราสามารถตั้งชื่อโดเมนเนมให้จำได้ง่าย ไม่ซับซ้อนจนเกินไป เช่น ผมทำเว็บไซต์เกี่ยวกับการให้บริการเว็บไซต์สำเร็จรูป เว็บโฮสติ้ง แต่ชื่อโดเมนเนมของผมไม่มีส่วนใดที่สื่อถึงเนื้อหาในเว็บไซต์เลย แต่แน่นให้จำง่าย น่าสนใจ มีการซ้ำของตัวอักษรในชื่อโดเมนเนมมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ จะเห็นว่าชื่อโดเมนเนมของผม faodoo.com มีตัวอักษรตัวโอ (o) ซ้ำถึง 3 ตัวอักษร อ่านว่า “เฝ้าดู ดอทคอม” จะเห็นว่า “เฝ้าดู” คือคำ 2 พยางค์ สื่อความหมายได้กว้าง…เนื่องจากผมต้องการสื่อให้ลูกค้าทุกท่านรู้ว่า “เรา เฝ้าดู คุณอยู่”

การเลือกนามสกุล หรือดอท (.) ให้เข้ากับโดเมนเนมของเรา

  •  .tht.in ย่อมาจาก TH=ไทย T=ไท IN=อินเตอร์เน็ต หมายถึง การค้า บริษัท องค์กร วัด โรงเรียน หน่วยงานราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ และอื่นๆ ที่ต้องการใช้งาน
  • .com ย่อมาจาก commercial หมายถึง การค้า บริษัท องค์กร ธุรกิจที่แสวงหากำไร บางครั้งนำไปใช้ทำเว็บไซต์ส่วนตัวหรือเว็บไซต์อื่นๆ ด้วย
  • .net ย่อมาจาก network หมายถึง เครือข่าย ธุรกิจที่เกี่ยวกับเครือข่ายมักใช้กับเว็บไซต์บริการอินเตอร์เน็ต แต่บางครั้งก็นำไปใช้ด้านอื่นด้วย
  • .org ย่อมาจาก organization หมายถึง องค์กร หรือกลุ่มบุคคล มักใช้กับองค์กรไม่หวังผลกำไร และเว็บไซต์ของส่วนราชการ
  • .info ย่อมาจาก information หมายถึง ข้อมูล หรือการให้ข้อมูล ใช้สำหรับเว็บไซต์ที่ให้รายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูลต่างๆ เช่น ข้อมูลของประเทศต่างๆ เป็นต้น
  • .name ย่อมากจาก .name หมายถึง เว็บไซต์ที่เกี่ยวกับชื่อ
  • .biz ย่อมาจาก business หมายถึง องค์กร บริษัท ห้างหุ้นส่วน คล้ายกับ .com
  • .us ย่อมาจาก united states หมายถึง ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะต้องมีภูมิลำเนาอยู่ที่ประเทศนี้ด้วย
  • .co.th หมายถึง Company Thailand หมายถึง บริษัท ห้างหุ้นส่วน หรือองค์กร ที่ประกอบธุรกิจในประเทศไทย ผู้จดโดเมนเนมภายใต้หมวดหมู่นี้จะต้องเป็นองค์กรพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศไทย
  • .ac.th ย่อมาจาก Academic Thailand หมายถึง โรงเรียน มหาวิทยาลัย หรือสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย ผู้จดโดเมนเนมภายใต้หมวดหมู่นี้ ต้องใช้สำเนาเอกสารการขออนุญาตก่อตั้งสถานศึกษาเป็นหลักฐาน
  • .or.th ย่อมาจาก organization Thailand หมายถึง องค์กรไม่หวังผลกำไรที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย
  • .in.th ย่อมาจาก Individual/Incorporation Thailand หมายถึง เว็บไซต์เกี่ยวกับองค์กรและบุคคลทั่วไป แบบใครขอก่อนได้ก่อน
  • .net.th ย่อมาจาก network in Thailand หมายถึง เว็บไซต์เกี่ยวกับบริษัทที่เกี่ยวกับระบบ Network หรือ ISP (ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต) ในประเทศไทย